Head Over Heels (1983) / เสียงครวญจากมุมมืดบนสรวงสวรรค์

มาย้อนรำลึกความหลังกับอัลบั้มเก่าๆกันนิดนึงนะครับ

เชื่อว่ามีหลายคนที่คุ้นเคยกับชื่อของ Cocteau Twins ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงคนฟังเพลงนอกกระแสมายาวนาน ต้องขอออกตัวนิดนึงว่าผมเป็นแฟนตัวกลั่นที่ตามฟังทุกอัลบั้มของวงนี้กันเลยทีเดียวครับ ซึ่ง Head Over Heels เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของวงที่ทำให้ Cocteau กลายเป็นที่รู้จักกันในสมัยนั้นจากเสียงตอบรับในแง่บวกหลังจากวางแผง

ช่วงปลายยุค 70's เรื่อยมาจนถึง 80's มีวง punk หัวก้าวหน้ามากมายจากฝั่งอังกฤษที่ทำให้ดนตรี punk เป็นมากกว่าเพลงง่ายๆที่มีแค่ไม่กี่คอร์ดของแก๊งเด็กแถวบ้านที่อยากฟอร์มวงและต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ วงดนตรีหัวก้าวหน้าเหล่านั้นสร้างความหลากหลายทางดนตรีให้กับ punk จนแทบจะทุกวงมีลายเซ็นเป็นของตัวเอง

แม้ว่า punk จะขึ้นชื่อในเรื่องของการไม่แยแสขนบฯของการร้องเพลง แต่ Cocteau Twins ในยุคแรกๆที่ถึงแม้จะมีนักร้องนำระดับตัวแม่อย่าง Liz Fraser ก็ยังถูกจัดรวมในหมวด post-punk นี้ด้วยเช่นกันเพราะองค์ประกอบทางดนตรีที่เน้นเครื่องตีและไลน์กีต้าร์ รวมทั้งเสียงประกอบอื่นๆมากมาย ที่ทำให้เกิดบรรยากาศอันมืดหม่นและอึมครึมที่ให้นึกถึง Joy Division, Public Image Ltd. และ Suicide

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของวงก็คือเสียงร้องของป้า Liz Fraser ที่โหยหวนและฟังไม่ได้ศัพท์แต่ทรงพลังและเข้าไปก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทราวกับทำหน้าที่เป็นเครื่องดนตรีชิ้นนึง (มีคนเคยบอกว่าบางเพลง-หรือบางส่วนของเพลงไม่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาคนจริงๆด้วยซ้ำ! ศิลปินไทยที่) ท่วงทำนองของดนตรีอันล่องลอยจากเสียงกีต้าร์หนืดๆของลุง Robin Guthrie ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับเสียงร้องระดับเทพ กลายเป็นต้นแบบให้กับดนตรี shoegaze และ dream pop แทบจะทั้งหมดเลยก็ว่าได้

แต่บรรยากาศดาร์คๆออกแนวๆโกธิคๆที่เกิดขึ้นจากกีต้าร์และเครื่องตีแบบ post-punk ของ Heads Over Heels แทบจะหายไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อลุง Simon Raymonde ตัดสินใจเข้ามาเป็นมือเบสให้กับวง แถมยังควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์และเรียบเรียงเพลงในภายหลังด้วย ซึ่งผลลัพธ์ก็คืออัลบั้ม Treasure ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 3 ของวงเป็นชุดที่ทุกเพลงถูกเรียบเรียงได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น อีกทั้งยังประสบความสำเร็จทั้งทางด้านยอดขายและคุณภาพ  สามารถพูดได้ว่าเขาคนนี้แหละที่เป็นผู้กุมบังเหียนและเป็นตัวแปรคนสำคัญที่ทำให้เกิดซาวนด์อันทรงพลังแต่ละเมียดละไมที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจำได้ของวงนี้

ส่วนตัวผมชอบอัลบั้มนี้เป็นอันดับสองรองจาก Heaven or Las Vegas ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดของวงในแง่ของยอดขาย แต่แทบจะทุกอัลบั้มถือว่าเยี่ยมในแง่ของคุณภาพทั้งสิ้น แม้ว่า Cocteau จะยุบวงไปสิบกว่าปีแล้ว แต่เรายังคงเห็นวงดนตรีใหม่ๆที่ได้รับอิทธิพลมาอย่างเห็นได้ชัดอยู่เสมอ เมื่อปีที่แล้ว Cocteau Twins ยังได้รางวัล Inspiration Award จากนิตยสาร Q ที่โด่งดังของอังกฤษ เป็นสิ่งยืนยันความเป็นตำนานของพวกเขาได้อย่างชัดเจน

หลังจากยุบวงไปแล้ว สมาชิกแต่ละคนต่างก็ยังคงมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร่วมงานกับศิลปินอื่น อาจจะพูดได้ว่าป้า Liz เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการไปร้องเพลง Teardrop (และอีกหลายเพลงในอัลบั้ม Mezzanine) ของ Massive Attack มากกว่าตอนทำวงอยู่เสียอีก ใครที่ได้ดูหนังอินดี้จากฝั่งอเมริกาที่ฮิตแบบเงียบๆเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วอย่าง Mysterious Skin น่าจะจำดนตรีประกอบลอยๆซึ่งไปกันได้ดีเหลือเกินกับตัวหนังได้ หลายเพลงเป็นฝีมือการแต่งของลุง Robin ที่สไตล์ยังคงไม่หนีไม่จากสมัยยังอยู่รวมกันเป็น Cocteau Twins สักเท่าไหร่

คลิกที่นี่เพื่อฟังทั้งอัลบั้ม