Eva Grabrielsson อดีตคนรักของนักเขียน Stieg Larsson ที่โด่งดังมากจากหนังสือไตรภาค Millennium ได้ออกหนังสือที่มีชื่อว่า Millennium, Stieg & Jag (Millennium, Stieg และฉัน) โดยวางแผงวันนี้เป็นวันแรก (19 มค. 54) โดยวางจำหน่ายในสามประเทศ คือ สวีเดน นอร์เวย์ และฝรั่งเศส อาจจะพอเคยได้ยินกันมาบ้าง ว่า Stieg Larsson นั้น เสียชีวิตก่อนที่จะเห็นความสำเร็จของหนังสือตัวเอง ที่ถึงตอนนี้ ขายไปได้กว่า 20 ล้านก้อปปี้ ใน 40 ประเทศ (ประเทศไทยยังไม่มี แต่ได้ข่าวมาว่าลิขสิทธิ์โดนซื้อไปแล้ว) และกำลังจะสร้างเป็นหนังฮอลลีวู้ด ที่นำแสดงโดยแดเนียล เครก โดยขณะนี้กำลังถ่ายทำกันอยู่ที่สวีเดน
หลังจากประกาศรายชื่อหนังสือเข้ารอบแรก 13 เล่ม หรือ Man Booker Dozenไปเมื่อปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ล่าสุดคณะกรรมการตัดสินรางวัล Man Booker Prize ประจำปีนี้ได้ประกาศรายชื่อหนังสือ 6 เล่มที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายหรือ Man Booker shortlist อันได้แก่ Tom McCarthy – C Emma Donoghue – Room Peter Carey – Parrot and Olivier in America Damon Galgut – In a Strange Room Howard Jacobson – The Finkler Question Andrea Levy – The Long Song
คณะกรรมการตัดสินรางวัล Man Booker Prize ที่ปีนี้มีกวี Andrew Motion เป็นประธานกรรมการ ได้ประกาศรายชื่อวรรณกรรม 13 เล่ม หรือที่เรียกว่า Man Booker Dozen ที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพื่อชิงรางวัล Man Booker Prize 2010 ได้แก่ Peter Carey - Parrot and Olivier in America Emma Donoghue - Room Helen Dunmore - The Betrayal Damon Galgut - In a Strange Room Howard Jacobson - The Finkler Question Andrea Levy - The Long Song Tom McCarthy - C David ...
สำหรับนักอ่าน นัก(อยาก)อ่าน และนักฟังท่ีอยากรับรู้แง่มุมใหม่ๆ ที่ได้จากการอ่าน งานนี้พลาดไม่ได้แน่นอน “Readcamp สอง” กับสโลแกนเดิม “ทุกอย่างอ่านได้” ครั้งนี้เค้าจัดกันที่ ทีเคปาร์ค (TK Park) เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมนี้แล้ว (ขอโทษด้วยที่เราช่วยประชาสัมพันธ์ช้าไปหน่อย – -'') ตอนนี้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรี้ดแคมป์ มีตัวอย่างหัวข้อที่อยากอ่านในงานกันแล้ว และเพราะ “ทุกอย่างอ่านได้” เลยทำให้เกิดหัวข้อหลากหลาย ตั้งแต่อ่านวรรณกรรม การ์ตูน เนื้อเพลง ไปจนถึงการอ่านภาพ avatar บนโปรไฟล์เฟซบุค! ขอเชิญแฟน ๆ ที่สนใจลงทะเบียนไปแจมกันได้จ้า แคมป์นี้บรรยากาศชิล ๆ แต่เนื้อหาสาระเต็มเปี่ยม !!! (ปีที่แล้วเราลงทะเบียนแต่ไม่ได้ไป เสียดายมาก ๆ)
รางวัลโนเบลปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งการพลิกโผ (เพราะนอกจากรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่ตกเป็นของ ปธน. บารัค โอบาม่า ที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันวุ่นว่า มันเร็วไปหรือไม่?) รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีนี้ ยังตกเป็นของนักเขียนหญิงที่โลกไม่คุ้นชืื่อ อย่าง Herta Müller นักเขียนเยอรมันเชื้อสายโรมาเนีย เจ้าของงานเขียนนิยาย บทกวี และความเรียง โดยคณะกรรมการผู้คัดเลือกให้เธอเป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ ให้ความเห็นว่า งานเขียนร้อยกรองที่เข้มข้น และร้อยแก้วที่ตรงไปตรงมาของเธอนั้น นำเสนอภาพที่ชัดเจนของผู้ที่ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐาน โดยตัวมุลเลอร์เองลี้ภัยออกจากโรมาเนียในสมัยการปกครองของปธน. Nicolae Ceausescu และนำประสบการณ์ในชีวิตของเธอเองมาเป็นวัตถุดิบในงานเขียนที่มักจะเน้นประเด็นเรื่องความกดดันภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ และการลี้ภัย มุลเลอร์เป็นนักเขียนหญิงคนที่ 12 และเป็นนักเขียนเยอรมันคนที่ 13 ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมนี้ นอกจากนี้ เธอมีงานเขียนออกมาแล้วกว่า 20 เล่ม และบางเล่มได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ อาทิเช่น “The Land of Green Plums” และ “The Appointment” โดยเรื่องหลังนี้เล่าเรื่องของหญิงสาวที่ทำงานในโรงงานเย็บผ้าในยุคของ Ceausescu ซึ่งเย็บกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ใส่ไว้ในตะเข็บเสื้อสูทของชายที่กำลังจะเดินทางไปอิตาลี โดยบนกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความสั้น ๆ เพียงว่า “แต่งงานกับฉัน” ที่มา: The ...
คณะกรรมการตัดสินรางวัล Man Booker Prize ของอังกฤษลงคะแนนเลือกให้ ฮิลลารี่ แมนเทิล เป็นผู้ชนะรางวัลในปีนี้ จากนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Wolf Hall ของเธอ ซึ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับราชสำนักอังกฤษในรัชสมัยของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ โดยเน้นไปที่ตัวละคร โธมัส ครอมเวลล์ ที่ปรึกษาคนสำคัญ ซึ่งเรืองอำนาจและมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการแยกตัวออกจากจักรวรรดิโรมัน สำหรับฮิลลารี่ แมนเทิล ผู้ชนะในปีนี้จะได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 50,000 ปอนด์ และอาจรวมไปถึงการการันตียอดขายถล่มทลายทั่วโลกด้วย ส่วนคู่แข่งของเธอที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแต่พลาดหวังไปในปีนี้ ได้แก่ ตัวเก็งอย่าง AS Byatt และ J.M. Coetzee รวมไปถึง Sarah Waters, Adam Foulds, และ Simon Mawer ที่มา: NY Times, The Guardian
Amnesty International หรือ องค์กรนิรโทษกรรมสากล ได้จัดทำหนังสือ Freedom: Short Stories celebrating the Universal Declaration of Human Rights เพื่อเป็นการฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ Universal Declaration on Human Rights โดยรวบรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนรับเชิญชื่อดังทั่วโลกทั้งจากฝั่งอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก อาทิ A.L. Kennedy, James Meek, Marina Lewycka, Joyce Carol Oates, Walter Mosley, David Mitchell, Ariel Dorfman, Amit Chaudhuri, Petina Gappah, Xiaolu Guo, Ali Smith, Kate Atkinson, Banana ...
Man Booker Prize รางวัลวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอังกฤษ ซึ่งมอบให้วรรณกรรมดีเด่นที่เขียนในภาษาอังกฤษโดยนักเขียนชาวอังกฤษหรือนักเขียนจากกลุ่มประเทศในเครือจักรภพ (Commonwealth) โดยผู้ที่ชนะในปีที่ผ่านมาคือ Aravind Adiga จากวรรณกรรมเรื่อง The White Tiger ล่าสุดทางคณะกรรมการตัดสินรางวัล Man Booker Prize 2009 ได้ประกาศรายชื่อวรรณกรรมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 13 เล่ม (หรือที่เรียกว่า Man Booker Dozen) ซึ่งจากรายชื่อที่ประกาศออกมาทำให้รางวัลในปีนี้เป็นที่ฮือฮา เพราะมีทั้งผู้ชนะรางวัลนี้ในอดีตถึงสองคน คือ J.M. Coetzee ที่เคยได้รางวัลในปี 1983 และ 1999 จาก Life & Times of Michael K และ Disgrace ตามลำดับ และ A.S. Byatt ซึ่งเป็นผู้ชนะในปี 1990 จาก Possession (ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “นิยายรักข้ามศตวรรษ”) นอกจากผู้ชนะรางวัลในอดีตทั้งสองคนแล้ว Man ...
หลังจากที่มีข่าว JD Salinger ผู้เขียนนวนิยาย The Catcher in the Rye (หรือ “จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น” ในภาคภาษาไทยที่แปลโดยปราบดา หยุ่น) ฟ้องระงับการตีพิมพ์ 60 Years Later: Coming Through the Rye ในอเมริกา ด้วยข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในตัวละคร Holden Caulfield เนื่องจากตัวละครที่เป็นชายแก่อายุ 76 ปี ชื่อ Mr. C ในหนังสือของ John David California ซึ่งเป็นนามแฝงของนักเขียนหน้าใหม่ Fredrik Colting นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นคนเดียวกับ Holden Caulfield ตัวเอกใน The Catcher in the Rye ของซาลิงเจอร์ และล่าสุดตอนต้นเดือนที่ผ่านมา ศาลแมนฮัตตันได้พิจารณาคดีและตัดสินให้ซาลิงเจอร์ชนะคดีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว โดยผู้พิพากษาตัดสินให้สำนักพิมพ์ในอเมริการะงับการตีพิมพ์, โฆษณาและจัดจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่อย่างไรก็ดี 60 ...
Persepolis นิยายภาพหรือ Graphic Novel ของ Marjane Satrapi นักเขียนชาวอิหร่านซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากจะได้รับการแปลและตีพิมพ์ในหลาย ๆ ภาษารวมทั้งภาษาไทยแล้ว ยังถูกทำเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นอีกด้วย และล่าสุดมีการเผยแพร่ภาคต่อของนิยายภาพเรื่องนี้ที่ชื่อ Persepolis 2.0 ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่ง Persepolis 2.0 ไม่ใช่ผลงานของ Marjane Satrapi แต่เป็นอัพเดทเวอชั่นจากฝีมือผู้ลี้ภัยชาวอิหร่านที่เรียกตัวเองว่า Sina และ Payman ซึ่งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งในอิหร่านเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง, ผลการเลือกตั้ง, การประท้วงบนท้องถนน ไปจนถึงบทบาทของ twitter ในเหตุการณ์นี้ และการเสียชีวิตของหญิงสาวชาวอิหร่านที่ชื่อ Neda Agha Soltan โดยต้องการจะแสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ในอิหร่านนั้นซ้ำรอยเดิม นอกจากนี้ยังทำเว็บไซต์ Spread Persepolis เพื่อเผยแพร่ Persepolis 2.0 โดยเฉพาะด้วย ที่มา : The Guardian
เดินร้านหนังสือแล้วบังเอิญเจอหนังสือเกี่ยวกับการเป็นศิลปินอินดี้ ชื่อหนังสือแบบนี้เห็นแล้วแล้วสะดุดใจเลยต้องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นหนังสือที่ดีกว่าที่คิดไว้มาก ต่อไปนี้ศิลปินอินดี้ไทยไม่ต้องหลงทางกันอีกต่อไป ด้วยหนังสือสไตล์ how-to ที่แนะนำให้เราได้เป็นศิลปินอินดี้ ตั้งแต่ค้นหาไอเดีย, เริ่มทำเพลง, โปรโมท จนถึงการทำสัญญาและข้อกฏหมายต่าง ๆ ด้วยบทสัมภาษณ์คนในวงการ, ภาพประกอบที่เข้าใจง่าย, และเนื้อหาที่ครอบคลุมเกือบทุกเรื่องที่ศิลปินอินดี้พึงรู้ ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจไม่ว่าคุณจะเป็นศิลปินหรือแฟนเพลงก็ตาม หมายเหตุ: ผู้เขียนและ lefanzine ไม่ได้รับค่าโฆษณาแต่อย่างใด หน้าปก
หลังจากที่มีข่าว 1Q84 นวนิยายเล่มใหม่ของฮารุกิ มุราคามิ ที่ออกวางแผงในญี่ปุ่นไปตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ล่าสุดเว็บไซต์สำนักข่าว Asia One ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์มุราคามิของหนังสือพิมพ์ Yomiuri Shimbun ซึ่งในบทสัมภาษณ์นี้มุราคามิได้เปิดเผยว่า นวนิยายเรื่อง 1984 หรือ “Nineteen Eighty-Four” ของจอร์จ ออร์เวล เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลัง 1Q84 และแรงบันดาลใจอีกด้านคือเรื่องราวของสมาชิกในลัทธิโอมชินริเคียว ซึ่งก่อนหน้านี้มุราคามิได้ใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เหยื่อในเหตุการณ์ปล่อยก๊าซพิษของลัทธิโอมฯในการเขียน Underground มาแล้ว สำหรับเนื้อหาของ 1Q84 เป็นการเล่าเรื่องผ่านสายตาของบุคคลที่สาม และตัดสลับไปมาระหว่างเรื่องราวของ เท็งโงะ ครูหนุ่มที่อยากเป็นนักเขียน กับ อาโอมาเมะ สาวโสดซึ่งทำงานในยิม โดยทั้งคู่อายุ 30 ปี และต่างตามหาซึ่งกันและกัน หลังจากพลัดพรากจากกันตอนอายุ 10 ขวบ รวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความคลั่งไคล้และลัทธิ เนื่องจากเท็งโงะนั่นเกิดไปหลงใหลในตัวเด็กสาวที่หนีออกมาจากลัทธิอีกด้วย ซึ่งแค่อ่านเนื้อเรื่องเพียงแค่นี้ ก็คงทำให้แฟน ๆ มุราคามิที่รอฉบับแปลไทยหรืออังกฤษแทบจะรอไม่ไหวแล้ว นอกจากนี้ ในบทสัมภาษณ์นี้มุราคามิยังแสดงความคิดเห็นและมุมมองที่น่าสนใจในแง่มุมในด้านสังคมและวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ (ถ้ามีกำลังและเวลา จะแปลมาแปะใน lefanzine ค่ะ ...
ผู้กำกับ Guillermo del Toro (Hellboy, Pan's Labyrinth, Mimic, Blade 2) ขวัญใจแฟนหนังที่คลั่งไคล้เมคอัพเอฟเฟ็คหลุดโลกในบรรยากาศสุดอึมครึม มีผลงานนิยายสยองขวัญเรื่อง “The Strain” ที่เขียนร่วมกับนักเขียน Chuck Hogan ออกจำหน่ายวันแรกในวันนี้ (2 มิถุนายน) โดยนิยายเรื่องนี้เป็นเล่มแรกในไตรภาคที่ว่าด้วยเชื้อไวรัสสยองที่แพร่ระบาดในเมืองนิวยอร์กซิตี้ และเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นแวมไพร์ เดล โตโร่ ยืนยันว่าเนื่องจากตนเองไม่ถนัดในเรื่องนิยายสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีทั้ง แวมไพร์, เชื้อไวรัส, และนิวยอร์กซิตี้ จะแตกต่างจากซีรี่ส์ CSI แน่นอน แต่จะเป็นหนังแวมไพร์+ไวรัสในยุคก่อน CSI ที่ทุกอย่างดูเหมือนจริงสุด ๆ นอกจากนี้นิยายเล่มนี้ยังมีวีดิโอโปรโมทออกมาเรียกความสนใจแฟนพันธุ์แท้ด้วย ซึ่งหลังจากได้ดูแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าทั้งอยากอ่าน และอยากดูหนังเต็ม ๆ ที่(น่าจะ)สร้างจากนิยายเล่มนี้ซะแล้ว source: Wired
The Catcher in the Rye วรรณกรรมคลาสสิคที่มีกระแสตอบรับทั้งในด้านลบถึงขนาดเคยถูกระงับการจำหน่ายในอเมริกาในช่วงหนึ่ง และในด้านบวกที่ได้รับความนิยมและถูกตีพิมพ์ไปทั่วโลก รวมทั้งในไทย (เวอชั่นแปลฉบับล่าสุดในชื่อ “จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น” แปลโดยปราบดา หยุ่น) โดยเนื้อหาของนิยายเล่มนี้ว่าด้วยการก้าวข้ามวัยของเด็กหนุ่มวัย 16 ที่ชื่อ Holden Caulfield ที่หนีออกจากบ้านมาอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ ล่าสุดนิยายเล่มนี้กำลังจะมีภาคต่อออกมา และผู้เขียนไม่ใช่ JD Salinger แต่กลับเป็น John David California นักเขียนเชื้อสายสวีดิช-อเมริกัน โดยชื่อของนิยายภาคต่อนี้คือ 60 Years Later: Coming Through the Rye ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายแก่วัย 76 ปี ชื่อ Mr.C ซึ่งหนีออกมาจากสถานพยาบาล และมาเร่ร่อนในนิวยอร์กซิตี้ หรือตามรอยเส้นทางเดิมของโฮลเด้นในนิยายของซาลิงเจอร์นั่นเอง สำหรับซาลิงเจอร์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 90 ปี ตัดสินใจปรึกษากับทนายเพื่อหาทางฟ้องร้องระงับการตีพิมพ์นิยายเล่มนี้ในอเมริกา เนื่องจากเป็นหนังสือภาคต่อที่ไม่ได้ขออนุญาตในการเขียนและตีพิมพ์ แต่ทางด้านนักเขียนหน้าใหม่ที่มีนิยายเล่มนี้ออกมาเป็นเล่มแรกอย่าง จอห์น เดวิด แคลิฟอร์เนีย กลับเห็นว่าหนังสือของเค้าไม่ใช่ภาคต่อของ ...
นวนิยายเล่มล่าสุดของฮารุกิ มุราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นเพิ่งออกวางขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของนวนิยายเรื่อง 1Q84 นี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับตลอดช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมุราคามิและสนพ.ได้บทเรียนจาก Kafka on the Shore นวนิยายเรื่องก่อนที่มีเนื้อหาเล็ดรอดออกมาทำให้สูญเสียความสดใหม่เมื่อวางจำหน่ายจริง และสำหรับชื่อ 1Q84 นี้เป็นยังเป็นที่ถกเถียงว่าจะมีที่มาจากนิยายเรื่อง 1984 ของจอร์จ ออร์เวลหรือไม่ เนื่องจากเลข 9 ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “คิว” [kyu] เหมือนตัวอักษร Q ในภาษาอังกฤษ หรืออีกกระแสหนึ่งก็ว่า ตัวอักษร Q และชื่อหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นการอุทิศให้กับนิยายเรื่อง The True Story of Ah Q ของหลู่ซิ่น ซึ่งเป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลต่องานเขียนของมุราคามิ และข่าวล่าสุดเกี่ยวกับตัวมุราคามิคือ เรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากเดินทางไปรับรางวัลวรรณกรรมที่ประเทศอิสราเอล โดยถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ propaganda หรือโฆษณาชวนเชื่อของอิสราเอลในช่วงที่มีการโจมตีฉนวนกาซ่า แต่มุราคามิยืนยันว่าได้ตัดสินใจดีแล้ว และสาเหตุที่เดินทางไปเพราะต้องการขอบคุณแฟน ๆ นักอ่านชาวอิสราเอลที่ให้การสนับสนุนเค้า เนื่องจากนวนิยายของมุราคามิ 3 เล่ม คือ Norwegian Wood, Kafka on ...
กวีหญิง Ruth Padel ประกาศลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านกวีนิพนธ์ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดแล้ว หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวว่าเธออยู่เบื้องหลังการป้ายสี Derek Walcott กวีรางวัลโนเบล จนทำให้วอลคอตต์ต้องถอนตัวออกจากการชิงตำแหน่งดังกล่าว และพาเดลได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งนี้ไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ รูธ พาเดลซึ่งมีความเกี่ยวดองเป็นเหลนของ Charles Darwin ได้กลายเป็นกวีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของออกซ์ฟอร์ดที่ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งในอดีตเป็นของกวีชื่อดังอย่าง W. H. Auden และ Seamus Heaney มาก่อน สำหรับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการวรรณกรรมและวงวิชาการของอังกฤษในขณะนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่ในช่วงของการลงคะแนนเสียง เมื่อคณาจารย์ของออกซ์ฟอร์ดกว่าร้อยคนได้รับจดหมายสนเท่ห์และสำเนาหน้าหนังสือเรื่อง The Lecherous Professor: Sexual Harassment on Campus เกี่ยวกับกรณีที่วอลคอตต์ถูกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศในปี 1981 ซึ่งประเด็นนี้ทำให้วอลคอตต์ตัดสินใจถอนตัวจากการชิงตำแหน่งทันที แต่อย่างไรก็ตามเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The Sunday Times ได้ตีพิมพ์หลักฐานแสดงให้เห็นว่าพาเดลเองก็มีส่วนในเรื่องนี้โดยการส่งอีเมลล์ไปบอกให้นักข่าวรู้เรื่องหนังสือเล่มนี้ ทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้พาเดลแสดงสปิริตโดยการลาออก และสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนี้ แม้จะยืนยันว่าเธอไม่ได้อยู่เบื้องหลังการส่งจดหมายสนเท่ห์ และไม่ได้มีเจตนาที่จะป้ายสีวอลคอตต์แต่อย่างใด source: The New York Times
หนังสือ Radiohead and Philosophy รวมบทความเกี่ยวกับแนวคิดและปรัชญาในเพลงของ Radiohead ผ่านทฤษฎีวิจารณ์หลากหลาย ท้ั้งจากมุมมอง Existentialism ของ Camus และ Sartre ไปจนถึง Capitalism ของ Marx และ Postmodernism ของ Baudrillard เป็นต้น แฟน ๆ ที่สนใจสามารถคลิกดูสารบัญเนื้อหาในเล่ม และดาวน์โหลดบทความตัวอย่างมาอ่านกันก่อนได้ และสั่งซื้อออนไลน์ได้จาก Amazon.com วีดิโอด้านล่างเป็นคลิปที่แฟนหนังสือและแฟน Radiohead ทำขึ้นเพื่อโปรโมต Radiohead and Philosophy โดยเฉพาะ source: i guess i'm floating
สนพ. Penguin Classics ของอังกฤษและ Knopf ของอเมริกา ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์และจัดจำหน่าย “The Original of Laura” จากต้นฉบับงานเขียนชิ้นสุดท้ายของ Vladimir Nobokov (ผู้เขียน Lolita, Pale Fire) โดยก่อนเสียชีวิตไปในปี 1977 โนโบคอฟระบุว่าต้องการให้บุตรชายเผาทำลายต้นฉบับงานเขียนทั้งหมด ซึ่ง Dmitri Nobokov ตัดสินใจไม่ทำลายต้นฉบับ และใช้เวลากว่า 20 ปี ก่อนยินยอมให้สนพ.นำออกตีพิมพ์ และคาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ source: NY Times
J.G. Ballard นักเขียนชาวอังกฤษเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากโรคมะเร็งในวัย 78 ปี สำหรับงานเขียนที่สร้างชื่อให้ J.G. Ballard ซึ่งมีสไตล์การเขียนที่โดดเด่นจนทำให้เกิดคำคุณศัพท์ Ballardian (เฉกเช่นเดียวกับ Pinteresque จากสไตล์การเขียนของ Harold Pinter, Dickensian ของ Charles Dicken และ Shakespearean ของ William Shakespeare) คือ Empire of the Sun นวนิยายเชิงอัตถชีวประวัติ ซึ่งกลายเป็นหนังปี 1987 กำกับโดย Steven Spielberg และ Crash หนังปี 1996 กำกับโดย David Cronenburg นอกจากนี้งานเขียนของ J.G. Ballard ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีอย่าง Joy Division, Radiohead, Manic Street Preachers source: Times Online
สำนักพิมพ์ Faber มีของเล่นใหม่ที่ทั้งบันเทิงใจและประเทืองปัญญาสำหรับผู้ใช้อินเตอเน็ตและนักอ่านที่ชื่นชอบบทกวี โดย widget 52 Poems – A Poem a Week ประกอบด้วยบทกลอนทั้งหมด 52 บท ทั้งที่เป็นงานคลาสสิคของกวีอย่าง TS Eliot , Ted Hughes และ Sylvia Plath รวมไปถึงงานเขียนของกวีรุ่นใหม่ โดยผู้ใช้แค่ copy โค้ด widget นี้ไปแปะหรือคลิก add to profile ต่าง ๆ เช่น facebook, iGoogle, Myspace ฯลฯ ซึ่งบทกลอนจะเปลี่ยนไปทุก ๆ สัปดาห์ โดยสัปดาห์นี้เป็นบทกลอนของ Seamus Heaney กวีชาวไอริช ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1995 source: The Guardian
นอกจากเรื่องก๊าซแล้ว “Nikolai Gogol“อาจจะกลายเป็นอีกประเด็นความไม่ลงรอยระหว่างรัสเซียกับยูเครน ล่าสุดในวาระครบรอบ 200 ปีวันเสียชีิวิตของโกโกล ทั้งสองประเทศต่างแสดงความเป็น”ประเทศแม่” ของนักเขียนชื่อดัง โดยรัสเซียเพิ่งเปิดพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ Nikolai Gogol ในกรุงมอสโคว์ ในขณะที่ ยูเครนประกาศเปิดตัวรางวัล Nikolai Gogol Prize สำหรับงานวรรณกรรมดีเด่น สาเหตุที่ทั้งสองประเทศแย่งกันเคลมตัวนักเขียนนั้น เนื่องจากโกโกลเกิดและเติบโตในยูเครน (ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) ต่อมาได้ย้ายมาที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก และสุดท้ายเสียชีวิตที่อิตาลี โดยนิโคไล โกโกลมีผลงานการเขียนทั้งนวนิยายและเรื่องสั้น และเป็นนักเขียนที่ทำให้วรรณกรรมรัสเซียได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย source: The Guardian
The Guardian นำเสนอแกลเลอรี่ภาพวาดประกอบงานวรรณกรรมเด็กคลาสสิคของสนพ.Walkers ของอังกฤษ โดยเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ และเป็นการนำงานคลาสสิคมาตีความใหม่ ภาพประกอบงานเขียนที่นำเสนอในแกลลอรี่นี้มาจากงานเขียนคลาสสิคอย่าง The Wind in the Willows (เพรียวลมในพงหลิว) ของ Kenneth Grahame, Classic Poetry (ซึ่งในแกลลอรี่นี้มีภาพประกอบบทกวี The Tyger ของ William Blake) , Alice's Adventures in Wonderland (อลิซในแดนมหัศจรรย์) ของ Lewis Carrol , The Secret Garden (สวนปริศนา) ของ Frances Hodgson Burnett และ The Jungle Book (เมาคลี ลูกหมาป่า) ของ Rudyard Kipling แฟนวรรณกรรมสำหรับเด็กเข้าไปรำลึกความหลังกันได้ที่แกลเลอรี่ของเว็บไซต์ The Guardian source: ...
Penguin Books ทำโปรเจ็ค We Tell Stories เพื่อนำเสนอดิจิตัลฟิคชั่น 6 เรื่อง จากนักเขียนรุ่นใหม่ 6 คน โดยเผยแพร่บนเว็บไซต์ทีละเรื่องจนครบระยะเวลา 6 สัปดาห์ งานเขียนเชิงทดลองชุดนี้เป็นการนำหนังสือคลาสสิค 6 เล่มมาตีความและเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานใหม่ ซึ่งงานคลาสสิคทั้ง 6 เล่มนั้น ได้แก่ Hard Times ของ Charles Dicken, The 39 Steps ของ John Buchan, Fairy Tales ของ Hans Christian Anderson, The Haunted Dolls House ของ M R James, Thérèse Raquin ของ Émile Zola, Alice's Adventures in ...
แอน แฮธะเวย์ (The Princess Diaries, The Davil Wears Prada) จะรับบทเป็นวิโอล่า ในละครเวทีของ The Park Production ซึ่งสร้างจากบทละครของวิลเลียม เชคสเปียร์ เรื่อง Twelfth Night โดยมีกำหนดการแสดงในเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ ดาราสาว แอน แฮธะเวย์ ยังมีชื่อและนามสกุลเหมือนกับภรรยาของวิลเลียมเชคสเปียร์ในชีิวิตจริงอีกด้วย source: The New York Times